ค่า CCA ของแบตเตอรี่รถยนต์ บอกอะไรเรา

บางท่านอาจมีปัญหาในการเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ที่ใช้กับรถยนต์  โดยต้องการแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพดี (ไฟแรงและทน) ให้เหมาะสมกับรถยนต์ และคุ้มค่ากับการใช้งาน เราจะเห็นว่าแบตเตอรี่รถยนต์แต่ละลูก มีค่าต่างๆที่สำคัญ เช่น ค่า 12 Volt 45 Ah (แอมป์)  ค่า CCA ของแบตเตอรี่รถยนต์

ก่อนอื่นต้องอธิบายถึง หน้าที่สำคัญของแบตเตอรี่รถยนต์ ที่ทำหน้าที่ 2 อย่างสำหรับรถยนต์ คือ

  1. ทำหน้าที่ จุดสตาร์ทเครื่องยนต์ให้เครื่องติด ซึ่งจะใช้กำลังไฟฟ้าค่อนข้างสูงจาก แบตเตอรี่รถยนต์ กำลังไฟฟ้าดังกล่าว เราเรียกว่าค่า จุดสตาร์ท หรือ ค่า CCA ของแบตเตอรี่รถยนต์  ค่าตัวนี้ถ้ามีค่าสูงก็มีความสามารถจุดสตาร์ทเครื่องยนต์ง่าย จำนวนครั้งในการจุดสตาร์ทก็จะสูง  (อายุแบตเตอรี่จะนาน หรือ อายุทน)
  2. หน้าที่ของแบตเตอรี่รถยนต์ อีกอย่างหนึ่งคือ การเก็บไฟฟ้าสำรอง เพื่อใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้าของรถยนต์  รถยนต์ที่มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะ หรือต่อเนื่องก็จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่รถยนต์ที่มีความสามารถเก็บไฟฟ้าได้จำนวนมาก ที่เราเรียกว่า แอมป์ (Ah)

สำหรับเนื้อหานี้เราจะเน้นเรื่อง ค่ากำลังจุดสตาร์ท หรือค่า CCA ของแบตเตอรี่รถยนต์  เพราะค่าดังกล่าวเป็นปัจจัยหลายๆอย่างในการกำหนดประสิทธิภาพของแบตเตอรี่รถยนต์ และอายุการใช้งาน  หากเราเข้าใจ การเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ ของเราจะคุ้มค่าการใช้งาน

สรุปสั้นๆ  (ขี้เกียจอ่านต่อ) “ค่า CCA เป็นค่าจุดสตาร์ทของแบตเตอรี่ในรุ่นนั้น ถ้าค่า CCA สูงยิ่งดี เพราะจะทำให้สตาร์ทเครื่องง่าย และอายุของแบตเตอรี่ใช้ได้นานกว่า เก็บไฟได้นานกว่าในกรณีทิ้งรถยนต์ไว้ไม่ได้ขับเป็นเดือน กลับมาก็ยังสตาร์ทติด….”

ค่า CCA ของแบตเตอรี่รถยนต์

เป็นค่ามาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ทดสอบคุณภาพแบตเตอรี่รถยนต์ในการปล่อยกำลังไฟออกมาในอุณภูมิที่หนาวเย็น ระดับ 0 องศาฟาเรนไฮท์ ในช่วงเวลา 30 วินาที แล้วทำให้ค่า Volt ของแบตเตอรี่ จาก 12 Volt ตกลงไป ระดับ 7.2 Volt ซึ่ง การที่ทดสอบในอากาศเย็นดังกล่าว ก็เพื่อที่จะดูประสิทธิภาพของการแบตเตอรี่ในการปล่อยกำลังไฟออกมา ซึ่งปรกติแบตเตอรี่จะทำงานได้ต่ำลงถ้าอากาศหนาวจัด

ดังนั้นอธิบายแบบผู้ใช้งาน เราก็จะรู้ว่า ค่า CCA ของแบตเตอรี่รถยนต์ เป็นตัวบ่งบอกความสามารถของแบตเตอรี่รถยนต์ที่สามารถจุดสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ในอุณหภูมิต่ำๆ  เราจะเห็นค่าแบตเตอรี่รถยนต์ของรถยุโรป Mercedes Benz / BMW จะใช้แบตเตอรี่รถยนต์ 80-90 แอมป์ที่มีค่า CCA สูงระดับ 800 ขึ้นไป

ค่า CCA จึงบ่งบอกถึงความสามารถการจุดสตาร์ทเครื่องยนต์ ถ้าค่าสูงก็จุดสตาร์ทเครื่องยนต์ที่มีกำลังขนาดเครื่อง CC สูงๆได้ดี  โดยทั่วไปค่า  CCA จะมีค่าแปรไปตาม

  1. ค่าแอมป์ของแบตเตอรี่  ถ้าค่าแอมป์สูงค่า CCA ก็จะสูง
  2. ชนิดของแบตเตอรี่ เช่นแบตเตอรี่ขนาด 80 แอมป์เท่ากัน แบตเตอรี่น้ำ จะมีค่า CCA ต่ำกว่าแบตเตอรี่ชนิด กึ่งแห้ง
  3. แต่ละยี่ห้อ การพัฒนาเทคโนโลยี่ ส่วนผสมตะกั่ว แผ่นธาตุ จำนวนแผ่นธาตุ และกลยุทธ์การตลาด (ราคาถูกแต่ค่า CCA ก็ต่ำด้วย)

ในการเลือกแบตเตอรี่ที่เหมาะสม จึงต้องดู ขนาดของเครื่องยนต์ พฤติกรรมการใช้รถ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น

  • ขนาดเครื่องยนต์ 1500 CC ปรกติผู้ค้าจะเลือกแบตเตอรี่ประมาณ 45 แอมป์ให้ลูกค้า ซึ่งมีค่า CCA 450 เพราะเครื่องขนาด 1500 CC มีความต้องการค่า CCA ขนาด 1500*0.13= 195 ในการจุดสตาร์ท ถ้าเราใช้แบตเตอรี่ที่มีค่า 325 มาใช้ โอกาสที่ใช้ไปไม่นานก็จะจุดเครื่องสตาร์ทไม่ติด เพราะค่า  CCA  ลดลงไปตามอายุการใช้งาน  ค่า CCA ต่ำจึงใช้ได้ไม่นาน
  • พฤติกรรมการใช้รถยนต์ ก็จะมีส่วนในการทำให้ค่า CCA  หมดเร็ว  คนที่ใช้รถสตาร์ทวันหนึ่ง 5-6 ครั้ง การสตาร์ทบ่อยๆก็ทำให้ค่า CCA ลดลง ถ้าเทียบกับคนที่ใช้รถสตาร์ท 2 ครั้งต่อวัน เช้า เย็น จะใช้ได้นานกว่า
  • การที่แบตเตอรี่ร้อนเกินไป อาจจะสาเหตู ใช้ไฟฟ้าในรถยนต์มาก Overcharge / ห้องเครื่องร้อนจากการใช้รถ หรือความร้อนจากแดดแสงอาทิตย์ ก็ทำให้แบตเตอรี่เสื่อม ค่า CCA ก็จะมีค่าลดลงได้เร็ว

ค่าขั้นต่ำCCA สำหรับเครื่องยนต์แต่ละขนาด

“The higher the CCA the better it is and the longer it will last. ” เป็นประโยคที่บ่งบอกถึง “ยิ่งแบตเตอรี่มีค่า CCA สูง คุณภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะมีอายุยาวนาน”  ดังนั้นการเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์โดยหาร้านที่ราคาถูกสุด จึงเป็นการเลือกซื้อแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างผิด เพราะแบตเตอรี่รถยนต์แต่ละยี่ห้อมีค่า CCA ที่แตกต่างกัน ถ้าเลือกซื้อของราคาถูกได้ค่า CCA ต่ำอาจใช้ได้ไม่ถึงปี ก็ต้องเสียเงินอีก

บางครั้งใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กเกินไป  ไปใช้ในเครื่องยนต์ที่มีขนาดเครื่องใหญ่ก็ทำให้การใช้งานมีระยะการใช้งานสั้น เช่นกัน  เราพอจะสรุป ตารางว่าเครื่องขนาดเท่าใด จำเป็นต้องใช้ค่า CCA ขั้นต่ำเท่าไร ดังนี้

ขนาดเครื่องยนต์  (cc.)  ค่า CCA ขั้นต่ำ
1200 156
1500 195
2000 260
2500 325
3000 390

ค่าดังกล่าว จะเป็นค่าที่เราเอามาประเมินว่าเราจะเลือกแบตเตอรี่ขนาดไหน  เช่น บางท่านใช้รถยนต์ เครื่องขนาด 1500 cc แตเลือกซื้อแบตเตอรี่ 40 แอมป์ ที่มีค่า CCA 290  เนื่องจากราคาประมาณ 1500-1600 บาท แต่ที่จริงแล้วต้องใช้ แบตเตอรี่ขนาด 45-50 แอมป์ ถ้าเลือกคุณภาพ 50แอมป์ ค่า CCA จะได้ 480 ราคาประมาณ 1800-2000 บาท จะใช้ได้นานกว่า 1 เท่าตัว  (ถ้าเอา ค่า CCA ของ แบตเตอรี่/ค่า  CCA ขั้นต่ำ )

  • แบต 40 แอมป์ จะมีค่าดัชนี =290/195=1.48
  • แบต 50 แอมป์ จะมีค่าดัชนี =480/195=2.46

ซึ่งอาจจะมองในแง่อายุการใช้งาน ว่า ลูก 40 แอมป์ อายุ 1.48 ปี ส่วน แบต 50 แอมป์ อายุน่าจะ 2.46 ปี  ก็น่าจะได้ (ประมาณการเชิงเปรียบเทียบ)